วันพฤหัสบดี

เรื่องสมมุติ 2



หนึ่งภาพแทน"ล้าน"คำพูด

สมมุติกันต่อว่า.. เมื่อ "วัดใหญ่" แห่งนี้ทำงาน "เผยแผ่" ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปรากฎเป็น "ผลงาน" ออกมามากมาย..

ภายในประเทศ.. ได้ก่อตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติธรรม" ขึ้นทั่วทุกภูมิภาค.. จนสามารถจัด "บวชพระ" ได้ครั้งละหลายหมื่นรูป..

ด้านต่างประเทศ.. ก็ส่ง "พระธรรมฑูต" ออกไปทั้งทวีปอเมริกา.. ยุโรป.. แอฟริกา.. ออสเตรเลีย.. และทั่วทวีปเอเชีย

สถาปนา "วัดสาขา" ขึ้นแทบจะทุก "เมืองหลวง" ของประเทศต่างๆทั่วโลก.!!!


เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า.. เมื่อหวังอยากให้คนไทย "เลิกโกง" มันก็ต้อง "ฝึก" กันตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น..

ไม่ใช่ว่าไป "ขึ้นเวที" แล้วตะโกนด่า "คนอื่น" ว่าโกงแล้วตัวเองก็จะกลายเป็น "คนดี" ในทันที..

วิธีนี้ "วัดนี้" เขาไม่ทำ..  แต่เขาจะใช้การอบรม "พร่ำสอน" ตลอดจนชี้ถึง "บาปบุญ" ให้เกิด "หิริ โอตตัปปะ" ขึ้นภายในใจ..

จึงมีโครงการ "เด็กดีวีสตาร์" ที่เป็น "รูปธรรม" ประเมินผลได้ "มิใช่" เพียงแค่การให้.. โอวาท !!!


ปลูกฝัง"ศีลธรรม"เพื่อโตขึ้นหนูจะเป็นคนดี

เมื่อมีคนชอบ.. มันก็ย่อมมีคนชัง.!!  ไม่ว่าคุณจะ "ทำดี" แค่ไหนก็ตาม.!!!

อาจจะด้วยตาม "ไม่ทัน" ในความคิด.. หรือยังติดว่า "พุทธศาสตร์" มันต้อง "รับ" อยู่กับที่..

การใช้ "เทคโนโลยี" นั้นไม่เหมาะกับ "วัด" เพราะในสมัย "พุทธกาล" ก็ไม่ได้ใช้.!!

เพราะฉะนั้น.. พอทางวัดใช้การ "บุก" ไปหาคนแทนการ "รอ" ให้คนมาหา.. มันจึงเป็นอะไรที่ "คิด" ว่าเกิน..


ส่วนการ "ทำบุญ" นั้นต้องตามแต่ "ศรัทธา" ก็ยังไม่เห็นว่าวัดจะไป "ล้วงกระเป๋า" ใคร.???

แทงม้า.. แทงหวย ไม่เห็นจะมีใครกล้าไป "เผือก" แต่พอคน "เลือก" ที่จะ "ทำบุญ" เยอะๆ.. กลับมา "ห่วง" ว่าเขาจะหมดตัว.!!

เริ่มต้นมันก็ทำกันคนละ "น้อยๆ" แต่เป็นเพราะยิ่งทำก็ยิ่งได้กลับมาเพิ่มขึ้น.. ก็ของมัน "พิสูจน์" ได้กับตัว.!!!

ซึ่งก็ตรงกับ "คำสอน" ว่าต้อง "ให้ก่อน" แล้วจึงจะ "ได้คืน" แล้วก็ได้มากกว่าเก่า.. อ่านไปไม่ถึงเองแล้วจะมาโทษกัน


ปริยัติ..ปฏิบัติ..ปฏิเวธ..เทศนาก็เพรียบพร้อม

ส่วนพวกที่โทษว่า "คำสอน" นั้นผิดไปจากพระไตรปิฎก.. ก็เห็นว่าพระมหาเปรียญธรรม 9 ประโยค

วัดนี้ก็ "อันดับหนึ่ง" ของประเทศ.!!  หรือว่าจะ "พระไตรปิฎก" คนละเล่ม.?

ถ้าเล่มเดียวกัน.. แล้ว "คุณ" ว่า "เขา" ผิด ทั้งๆที่คุณก็ยังเป็น "ปุถุชน" คนธรรมดาเหมือนกัน..

มันก็ "เข้าข่าย" ประเภท "คนดี" ที่ขึ้นไปบนเวทีแล้ว "ตะโกน" ว่าคนอื่นโกง.. ฉันใดก็ฉันนั้นแล.!!!


ยังมีอีกหนึ่งความคิด.. นั่นก็คือ "ใหญ่" เกินไป.!!!  จนเกิดความ "กลัว" ว่าจะ "เป็นภัย" ต่อความมั่นคง..

บุคคลผู้ "รอบคอบ" ย่อมต้อง "ระวัง" ในสิ่งที่อาจจะเป็น "อันตราย" .. จึงควรรีบไป "ศึกษา" ให้ดีว่า "ของจริง" หรือของปลอม.!!!

ส่วนคนที่ "ขี้ระแวง" นั้น ย่อมจะทำ "การใหญ่" ใดๆมิได้ และก็ง่ายต่อการถูก "หลอกใช้" ให้มา "ทำลาย" พระพุทธศาสนา..

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น.. มันก็เป็นเรื่องที่ "สมมุติ" ขึ้น.. เพราะ "ทุกสิ่ง" นั้นย่อมเกิดขึ้น.. ตั้งอยู่.. แล้วก็ "เสื่อมสลาย" ไปนั่นเอง.!!!!

พ.พเนจร




วันพุธ

เรื่องสมมุติ




สมมุติว่ามีวัดแห่งหนึ่งสร้าง "ปรากฎการณ์" ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทยด้วยการ..

ชวนคน "เข้าวัด" ได้อย่างมากมายหลายล้านคน..

ระดมทุนได้ "มหาศาล" เป็นหลักหลายพันล้านบาทในแต่ละปี..

เผยแผ่ "พระพุทธศาสนา" ไปอย่าง "รวดเร็ว" และ "กว้างไกล" ไปทั่วโลก..


เมื่อสืบสาวดู "ประวัติ" แล้วก็พบว่าเกิดมาจาก "พระภิกษุ" เพียงแค่ไม่กี่รูป กับ "แม่ชี" แค่ 1 ท่าน..

แล้วในจำนวนไม่กี่รูปนี้ ต้องถือว่า "ศูนย์รวมใจ" นั้นอยู่ที่ "เจ้าอาวาส" นั่นเอง..

บุคคลผู้สามารถ "สร้างวัด" ที่ใหญ่โตมโหฬารขึ้นมาจาก "ท้องนาฟ้าโล่ง" ในระยะเวลาเพียงแค่ 30-40 ปี

มี "ศาสนสถาน" ประเมินราคาแล้วไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นล้านบาท.. และมี "ศิษยานุศิษย์" กระจายอยู่ทุก "ภูมิภาค" ทั่วโลก..





ท่านมีมโนปณิธานที่จะ "ฟื้นฟู" พระพุทธศาสนาให้กลับมา "รุ่งเรือง" ดังสมัยพุทธกาล..

จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะ "สอนศิษย์" ให้มีความ "เคารพ" ในพระรัตนตรัย.. และเชื่อในเรื่องของบาป.. บุญ.. คุณ.. โทษ

โดย "ยึดถือ" ตามแนวคำสอนของ "พุทธองค์" ว่า.. ทำดีต้องได้ดี ทำบุญย่อมได้บุญ.!!!

จึงได้เกิด "ศรัทธามหาชน" อย่างล้นหลามแห่กันมา "ทำบุญ" ที่วัดแห่งนี้.!!!



แม้แต่ "พระบรมศาสดา" ยังต้องมีมารมาผจญ.. และเหล่า "เดียรถีย์" ทั้งหลายคอย "ใส่ความ" ยุยง..

เพราะฉะนั้น.. จะให้คนทั้งหมด "เห็นด้วย" ในแนวทางการ "เผยแผ่" ของวัดนี้นั้นย่อมเป็นไปไม่ได้..

จึงมีการตั้ง "ข้อหา" มาตลอดระยะเวลาตั้งแต่สร้างวัด.. แต่เพราะ "ยึดมั่น" ใน "ธรรมวินัย" จึงทำให้ "ผ่านพ้น" มาได้โดยตลอด..

แต่ก็ยังถูก "ขัดขวาง" ในการทำงานอยู่เสมอ หรือ "อย่างดี" ก็ไม่ได้รับการ "สนับสนุน" ในกิจกรรมต่างๆ




หากคิดจะ "ล้ม" วัดแห่งนี้.. ก็ต้อง "จัดการ" กับศูนย์รวมใจคือท่านเจ้าอาวาส..

และที่รอมาตลอดก็คือ "โอกาส" และ "จังหวะ" เวลาที่เหมาะสม..

ในที่สุด.. เวลาที่รอคอยนั้นก็มาถึง "คดี" อัปยศแห่งปี "ฟอกเงินและรับของโจร"  จึงถวายแก่ "พระภิกษุสงฆ์" เป็นครั้งแรก..

สร้างความ "กังขา" ไปยังศิษย์ทั่วโลก เพราะมันดูเหมือนจะ "เลือกปฏิบัติ" เฉพาะเจาะจงกับ "หลวงพ่อ" ของพวกเขาเท่านั้น.!!!


คราวนี้เมื่อตั้ง "ข้อหา" แล้วก็ต้อง "นิมนต์" มารับทราบข้อกล่าวหา.. นี่จึงเป็น "จังหวะ" ที่รอคอยอย่างแท้จริง..

"โอกาส" ที่จะสามารถเอาท่านออกมา "นอกวัด" และให้มาใน "ถิ่น" ของตัวเอง..

โดยแผนถูก "กำหนด" ไว้หมดแล้วว่า.. ให้มาได้แต่กลับไปไม่ได้.!!!!

แล้วก็ต้องเป็นแบบ "จับมือ" ใครดมก็มิได้ดังเช่นกรณีของ..ธวัชชัย อนุกูล.!!!



แผนเกือบจะ "สำเร็จ" อยู่ร่อมมะร่อถ้าไม่มี "เหตุการณ์" ที่ทำให้การ "ปฏิบัติ" งานต้องสะดุด..

นั่นคือ..​ คิดไม่ถึงว่าแม้จะใช้ "สารพัด" วิธี ทั้งขู่ทั้งปลอบ.. ทั้งลูกล่อลูกชน.. 

แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร "ลูกศิษย์" ทั้งหลายก็ไม่ยอม "ถอย" กลับยิ่งมารวมตัวกันมากขึ้น..

เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก "ปกป้อง" หลวงพ่อของพวกเขายิ่งชีวิต.!!!


ดั่งคำสอนที่ว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" เพียงแต่ "ผลกรรม" นั้นมันจะส่งผลช้าเร็วแค่ไหน.??

แต่ "ประเมิน" จากสถานการณ์แล้ว.. คาดว่า "บทสรุป" ใกล้จะมาถึงแล้ว.!!!!

อันว่า "เรื่อง" ทั้งหลายทั้งมวลที่เขียนมานั้น "มัน" ก็เป็นแค่.. สมมุติ

ส่วนจริงแท้แน่นอนนั้นก็คือ.. ธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอ.!!!!

พ.พเนจร


สาธุชนเรือนแสนร่วมทอดผ้าป่า 132 ปี พระมงคลเทพมุนีเมื่อวันจันทร์ที่ 10 ตค. ที่ผ่านมา

วันพฤหัสบดี

สาบานแล้วนะ




"ไพสิฐ" ออกมา "ยอมรับ" เองว่าเจ้าหน้าที่ DSI  มีการแจ้ง "ข้อมูล" เท็จ ปิดบังผู้บังคับบัญชา..

หน่วยงานระดับนี้กลับมีการกระทำ "เยี่ยงนี้" แล้วจะให้ "ชาวบ้าน" ไว้ใจได้อย่างไร.???

ไหนว่า DSI..ความยุติธรรมที่พึ่งได้.!!!


นี่ถ้าคุณหมอ "เหรียญทอง" ไม่ได้ออกผลชันสูตรว่า "ตับแตก" จากการถูก "ของแข็ง" ไม่มีคมกระแทก..

คุณธวัชชัย อนุกูล ก็คงกลายเป็น "แขวนคอ" ตัวเองคาห้องขัง.. เรียบร้อยโรงเรียน DSI ไปแล้ว..

ต้องพกพา "ความแค้น" ไปสู่สัมปรายภพ.!!!


นี่คือหน่วยงานระดับชาติ.!!  สืบสวน "เก่ง" ที่สุดในประเทศไทย.!!

ต้องใช้เวลา 10 วัน ถึงจะรู้ว่า "เซิฟเวอร์" ในอาคารเสีย.!!!

ใช้เวลาอีก "เกือบเดือน" ค่อยรู้ว่าถูก "ลูกน้อง" แหกตา.!!!



ยังไม่นับคดีที่ผ่านมา.. เช่นกรณี "หญิงชาวจีน" เสียชีวิตที่สมุย..

เป็นคดีของ.. ท้องที่.!!  เกิดการ "ฆาตกรรม" กันระหว่างสามีภรรยา.. ก็ไป "แย่งมา" ทำซะงั้น..

แล้วก็สรุปแบบ.. ญาติ "กังขา" ถึงกับลงทุนบินมาเมืองไทยด้วยตัวเอง..


คดี "ฟอกเงินรับของโจร" ของ "หลวงพ่อ" วัดใหญ่ จ.ปทุมธานี จะดูกี่ทีมันก็ "ไม่มีทาง" เป็นไปได้.. เพราะมันไม่มีมูล.!!!

วัดท่านก็ "สร้าง" มาเอง "กับมือ" ตั้งแต่ยังเป็นท้องนาฟ้าโล่ง..  และปีนี้ "อายุ" ก็ 72 ปีแล้วแถม "อาพาธ" อีกต่างหาก..

จะมาทำเรื่อง "แบบนี้" ไปทำไม.!!!

สงสัยว่า "งานนี้" ท่านก็คงโดน "มิใครก็ใคร" ทำให้ "สับสน" อีกแล้ว..


เมื่อวันก่อนเห็น "ท่าน" ได้รับน้ำมนต์จาก "เจ้าคุณธงชัย" .. คาดว่าเสนียดจัญไรทั้งหลาย ก็คงจะพินาศสิ้นไป..

"ผีสาง" "นางไม้" ถ้าจะ "มีสิงมีเกาะ" อยู่ก็คงโดนน้ำพระพุทธมนต์ "ขับไล่" กระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง..

เพราะฉะนั้น.. อะไรที่มันอาจจะ "บังตา" จนทำให้เห็น "กงจักรเป็นดอกบัว" ก็คง "หลุดร่อน" ออกหมด..

แล้วถ้าจะให้ดีก็ไปที่ "วัดพระธรรมกาย" เพราะเขากำลังมีสวดมนต์ "ธัมมจักกัปปวัตนสูตร" กันอยู่พอดี..

คำสาบาน.. เอ้ยคำปฏิญาณ ที่ "กล่าว" ในวันฉลองครบรอบ 13 ปี.. มันจะได้ "สัมฤทธิผล" ดังกมลที่มุ่งมาดปรารถนาทุกประการเทอญ..

พ.พเนจร 




วันอาทิตย์

คิดให้หนัก



เมื่อบอกว่าผูกคอตายทำไมต้องไปลงโทษลูกน้อง.??  อ่านเพิ่มเติม

จะไม่ "แปลกใจ" เลยถ้าการ "ฆาตกรรม" นั้นเกิดขึ้นที่.. ป่าช้าวัดดอน

แล้วพบ "หลักฐาน" ระบุว่าชื่อนายถุงเท้า นามสกุลบานพับ.. เสียชีวิตด้วยการ.. ถูกกระทำให้ตาย!!!

"เจ้าหน้าที่" จึงทำการสืบค้นหา "ฆาตกร" จากเหตุว่าใครจะได้รับ "ผลประโยชน์" จากฆาตกรรมครั้งนี้..


แต่นี่มันชั้น 6 ในห้องคุมขังของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI !!!  ซึ่งเป็นอาคาร "ปิด" แล้วก็เกิดขึ้นในช่วงกลางดึก..

มันจะเหลือ "แมว" ซักกี่ตัวที่ยังอยู่ในตึก!!! 

แต่จะใช้วิธีไป "สืบหา" เหตุจูงใจหรือใครสั่งฆ่า..  แล้วค่อยย้อนกลับมาหา.. ฆาตกร

ไม่ทราบว่าเรียนมาจากสำนักไหน.!!!

จะหาคนได้ประโยชน์จากการเสียชีวิตในห้องขังแล้วค่อยย้อนมาหาฆาตกร.???

เหมือนมี "มะพร้าว" หายไปซักลูก.. ก็แค่ไปดูกล้อง "วงจรปิด" ว่ามีใคร "เข้าออก" มั่งในช่วงเวลานั้น..

ซึ่งตอนแรก "ไพสิฐ" บอกว่ากล้องเสีย.. แต่ตอนหลังบอกไม่เสียแล้ว.. เพียงเเต่ "เซิฟเวอร์" มันบันทึกไม่ได้.!!

แล้วกว่าจะรู้ว่า "ใช้การไม่ได้" ก็ต้องใช้เวลาอีก.. สิบวัน!!!

ข้อแก้ตัวแบบนี้ต้อง.. DSI only 


คุณหญิงหมอบอกมีกระดูกกล่องเสียงหักเพิ่มเข้ามาอีกประเด็น  อ่านเพิ่มเติม

ของในร้านหาย.. แต่แทนที่จะสืบจากภายใน..​ เมื่อ "จับขโมย" ได้แล้วก็ค่อย "สาว" ไปหาคนที่ "ชักใย" อยู่เบื้องหลัง..

กลับกลายเป็นว่า.. ไปเที่ยวหาว่าบ้านไหนทำ "แกงกะทิ" มั่ง เพราะมันจะต้องมา "ขโมย" มะพร้าวเราไปแน่เลย..

วิธีนี้ก็ใช้ได้.. แต่มันจะต้อง "ขโมย" จากเข่งกลางตลาดสด.. ไม่ใช่จากในร้านที่ปิดมิดชิด.!!!



เพราะฉะนั้น.. มันก็มองได้อย่างเดียวว่ากำลัง "เบี่ยงประเด็น" สร้างความ "สับสน" ให้สังคม.. แล้วก็ปล่อยให้เรื่องค่อยๆเงียบไป..

DSI ความยุติธรรมที่พึ่งได้!!!  ก็ชักไม่แน่ใจซะแล้ว.???

ซึ่งก็โทษใครไม่ได้นอกจาก "ตัวเอง" เพราะจากพฤติกรรมที่ผ่านมามันก็ "ส่อ" ให้เห็นว่า "ทำงาน" กันอย่างไร..

เพราะฉะนั้น.. ใครที่ยังคิดช่วยด้วยการเอา "ฝ่ามือบังฟ้า" ก็ขอจง "คิดให้หนัก" เพราะเมื่อ "ฟ้ากระจ่าง" จะได้ไม่ต้องพลอยติดร่างแหไปด้วยนะจ๊ะ

พ.พเนจร


ผลชันสูตร..เลือดออกในช่องท้อง ตับแตก จากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก!!

วันพุธ

มันก็เลยงงงง





"ยุติ".. คือ "รู้" ว่าเมื่อไรควรจะ.. นิ่ง!!

"ธรรม".. คือ "ทำ"  แน่วแน่ใน.. คอนเซ็ปต์

สมกับเป็น "เสนาบดี" แห่งกระทรวงยุติธรรม!!!


คดี "ตับแตก" ที่ DSI.. ท่านไม่เคยออก "อาการ" นอกจากตอน "คำราม" คุณหมอเหรียญทองแค่ครั้งเดียว.. 

ส่วนฝาย "แม่ผ่องพรรณ" ท่านก็ "เก็บปากเก็บคำ" ทำนองว่า มีอะไรก็ว่ากันไป..ตามเนื้อผ้า

วางตัวดุจดั่ง "กวนอู" เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์.!!! 


แต่พอเป็นคดีทาง "ธรรม" ไม่เห็นท่านจะทำแบบนี้บ้าง.!!!

ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "รถหรู" ของสมเด็จฯวัดปากน้ำ.. ที่ไม่ใช่แค่ "ชี้นำ" แต่แถมยัง "สั่งการ" ให้เสร็จ..

หรือเพราะว่ามันเป็นทาง "ธรรม" จึงไม่จำเป็นต้อง "ยุติ"




ยังอีกคดีของ "หลวงพ่อ" วัดใหญ่ จ.ปทุมธานี..  ใช้วิธีแจ้ง "ข้อหา" ก่อนแล้วค่อยหา "หลักฐาน" ตามหลัง..

ทั้งๆที่ไม่มีคนตาย.. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง.. ไม่มีหลักฐาน.. และไม่มีมูล

เอาเข้าจริง.. จนถึงวันนี้ก็ยัง "รวบรวม" หลักฐานไม่เสร็จ.!!!!


ท่านคงจะ "เคร่งครัด" ในทาน.. ศีล.. ภาวนา..  จึงมีความ "ปรารถนา" อยากจะเห็น "สังฆมณฑล" อยู่กันอย่างสงบร่มเย็น.!!

พอมี "คดีความ" ใดๆที่เกี่ยวข้องกับ "คุณพระคุณเจ้า" จึงอดไม่ได้ที่จะต้องออกมา.. เพื่อ "ธำรง" ซึ่งพระพุทธศาสนา..

แต่มา "เอ่ะใจ" นิดเดียวว่าคน "ธัมมะธัมโม" อย่างท่าน  แต่ทำไมจึงกล้าเข็น "ยาบ้า" ออกมา..  ถึงขนาดว่า "จะให้อยู่ร่วมกัน"


"กระทรวงยุติธรรม" น่าจะเป็น "บทสรุป" ของความขัดแย้งในสังคม..

อย่างน้อยก็ขอให้เป็น "ที่พึ่งสุดท้าย" หรือที่ฝรั่งเรียกว่า.. last resort

คือเมื่อ "เรื่อง" ไปถึงตรงนี้แล้ว ก็พอ "มั่นใจ" ได้ว่าจะได้รับการ "ตัดสิน" แบบ.. เที่ยงธรรม !!!

มิใช่ว่าอันหนึ่ง "ยุติ"..  ส่วนอีกอันก็ขอ "ทำ" ให้ถึงที่สุด.. อาเมน 

พ.พเนจร


ถึงขนาดจะขอนายกใช้ ม.44  เพื่อทำออกขายเม็ดละ 50 สตางค์



วันอาทิตย์

one way ticket



 DSI ถึงขนาดยอม'เสียเพื่อน'  คลิ๊ก

DSI ปล่อยให้มี "คนตาย" ในห้องขังบนตึกของตัวเอง..

ถ้าเป็นสำนวนจีนก็ต้องบอกว่า.. ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก.!!!

เพราะนอกจากจะ "หมด" ความน่าเชื่อถือในสายตา "สังคม" แล้ว คดีสำคัญที่กำลัง "คั่ว" อยู่ก็จะพลอยกระทบกระเทือนไปด้วย


คงจำได้ว่าปีนี้ DSI ทำคดี "ใหญ่" อยู่สองเรื่อง.. คือคดี "รถหรู" ของสมเด็จฯวัดปากน้ำ..

เป็นรถ "โบราณ" ที่สมเด็จฯ "ช่วยซื้อ" แล้วมา "จอด" ไว้ในพิพิธภัณฑ์.. แต่พี่ท่านทำอย่างกับว่าแอบนำเข้า "ลัมโบกินี" มาขับเล่น

ต้องจัดการให้ "เด็ดขาด" มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง ทั้งๆที่ "รถหรู" ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนมีถึง "ห้าพัน" กว่าคัน

แต่ไม่มี "อารมณ์" ไปจับ.!!!




อีกหนึ่งคดี "ใหญ่" ก็คือคดี "หลวงพ่อ" วัดใหญ่ จ.ปทุมธานี..

ข้อหานะเหรอ..  ฟอกเงินและรับของโจร.. เจ้าค้า.!!!

ถึงแม้จะ "ค้าน" สายตาคนดูอย่างไรก็ไม่สน เพราะเหมือนมันจะมี "ธง" ว่าต้อง "จัดการ" ให้ได้

เรื่องมันมา "คาราคาซัง" อยู่ตรงที่ลูกศิษย์มี "พรายกระซิบ" มาว่า..

ห้าม "ปล่อย" ให้หลวงพ่อไปที่ DSI เด็ดขาด.!!!


ตอนแรก "สังคม" ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมกับแค่การไป "รับทราบ" ข้อกล่าวหาที่ DSI มันจะหนักหนาสาหัสอะไรกันนักเชียว..

ถึงต้อง "ขัดขืน" จนกระทั่งนำไปสู่ "หมายจับ"

เพราะ DSI ยืนยัน.. นั่งยัน.. นอนยัน.. ว่าไปแจ้งที่วัด "ไม่ได้" ต้องมาที่ DSI  เท่านั้น.!!

ที่แท้ก็กะจะ "ถวาย" ตั๋ว ONE WAY TICKET นี่เอง.!!!

กำลังจะเสียหมอ.?  คลิ๊ก

นี่แหละ.. จิตใจของคนที่ "ละโมภ" จนโดน "โมหะ" ครอบงำ..

เห็นกงจักรเป็นดอกบัว.!!!

แค่ใจไม่ "เที่ยงธรรม" ไปปรักปรำคน "บริสุทธิ์" ก็กรรมหนักแล้ว.. นี่ตั้งใจจะ "จัดการ" กับพระผู้ใหญ่ที่มีคน "เคารพ นับถือ" กันทั้งบ้านทั้งเมือง..

กรรมมันเลยต้องทับทวีคูณ.!!  นี่ยังไม่นับรวมที่ต้องไป "ชดใช้" กันต่อใน อบายภูมิ


เพราะฉะนั้น.. คดีการ "เสียชีวิต" ของคุณธวัชชัย อนุกูล จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร.. ก็ปล่อยให้เป็นการ "ฆาตกรรม" ในตึก DSI ไม่ได้.!!!

จะต้องเสียเพื่อน  เสียหมอ  เสียหม.. อย่างไร ก็ต้องหาทาง "สลัด" ให้หลุด

มิเช่นนั้น.. ความ "ได้เปรียบ" ที่เพียรสร้างขึ้นมาก็จะมลายหายวับไปพร้อมกับ "กล้องวงจรปิด" ที่ร้อยวันพันปีไม่เคย "เสีย" ก็ดันมาเสียในคราวนี้นี่เอง

พ.พเนจร



แบบนี้ไม่เรียก 'เสียหม..' ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไร  คลิ๊ก

วันพฤหัสบดี

Death Note !!!






พอดีเป็นแฟน DEATH NOTE พอได้เห็น "การ์ด" อันนี้เลย..โดน!!!

death note.. คือสมุดของ "ยมฑูต" ที่เมื่อจดชื่อ เวลา เหตุการณ์ ของใครลงไป.. เจ้าของชื่อ จะต้องมี "อันเป็นไป" ตามนั้น.. 

หลีกเลี่ยงไม่ได้.. เพราะมันคือ "กฎ".. มิฉะนั้น "ยมฑูต" ก็จะมิใช่.. ยมฑูต



ก็ไม่นึกไม่ฝันว่า "มัน" จะมาโผล่ขึ้นแถวๆนี้.. เพราะต้นกำเนิดอยู่ไกลถึง..ญี่ปุ่น

นายธวัชชัย อนุกูล ถึงแม้จะหนีคดีมาได้สิบกว่าปี.. แต่เมื่อ "มีชื่อ" อยู่ใน death note ก็คงยากที่จะ "หลบพ้น" จากชะตากรรม..

การ "สืบสาว" ไปถึงสาเหตุการตาย มันจึงต้องกลายเป็น "ปริศนา" ที่ยากจะคลี่คลาย.. 



อ่านเพิ่ม คลิ๊ก


เริ่มจากหมอฟันธงว่า "ตับแตก" และมันก็คือ.. ฆาตกรรม.!!!

"บิ๊กต๊อก" เลยต้องรีบออกมา "ฟันฉับ" ว่าอย่าพูดเพ้อเจ้อให้คนอื่นเสียหาย..!!

ถึงแม้จะยอม "ไว้หน้า" แต่ก็ต้องขอ "ไว้ลาย" ก็เลยต้องมาเป็น "ฆาตกรรม" นั่นนะของแน่ แต่ก็มาจากพวก...  "พี่ๆ" ไม่เกี่ยวนะ


เกี่ยวไม่เกี่ยวไม่รู้.. แต่ถ้าขืนเป็น "ฆาตกรรม" ยังไงมันก็ต้องมี "เอี่ยว" วันยังค่ำ..

"ไพสิฐ" จึงต้องออกมาเล่นเอง.. แสดงเอง.. โชว์นักข่าวว่า "จริงจริ๊ง" แล้วมันมาจาก ถุงเท้ากับบานพับ.. แบบนี้ไง

เขา "แขวนคอ" เองนะจ๊ะ.. ไม่ใช่ "พวกเค้า" ทำหรอกนะ.. ตะเอง!!!


ยังอุตส่าห์ออกข่าวว่าบานพับอยู่สูงพอสำหรับ"นั่ง"แขวนคอ   คลิ๊ก


แต่เมื่อพิจารณาดูจาก "กระแส" แล้วก็คงจะรู้ว่า "มุก" แป๊ก  ถุงเท้า.. บานพับ.. ตับแตก..  มันไปไม่รอด.!!!

แล้วคราวนี้จะตีโจทก์ "ฆาตกรรม" ให้แตกได้ไง.???

งั้นก็นี่เลย.!!! ถูกทำให้..ตาย  แต่ไม่ใช่..ฆาตกรรม

คิดได้ไงเนี้ย!   เจ๋งอ่ะ.. สุดยอด.. สุโค้ย.. เหินห่าว.. so smart !!!



น่าเห็นใจ..ฟุดๆ  ถึงขนาดไปดึงเอา "คุณหญิงหมอ" ผู้ "รอบรู้" สารพัดแม้กระทั่งเรื่อง "ลี้ลับ" อย่าง GT 200 

ก็ในเมื่อมันเป็น DEATH NOTE เพราะฉะนั้นก็คง "ยาก" ที่จะสืบสาวไปถึง "ที่มาที่ไป" ของการตาย.. 

แต่ที่ดูน่าจะ "กระวนกระวาย" กว่าก็คือ.. ใครจะเป็น "ชื่อ" ต่อไปใน death note เพราะคดี "หลวงพ่อ" วัดใหญ่ จ.ปทุมธานี มันยังไม่มีอะไรคืบหน้านะซี๊

พ.พเนจร



แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์   คลิ๊ก