วันจันทร์

กรมสอบสวนพิเศษ




เครื่องประหารตามความชั่ว

สมัยก่อนนี้เวลามีคดีความ ต้องส่งเรื่องถึง "สำนักมือปราบ" ในกรมความมั่นคงแผ่นดิน...(ประมาณกองปราบปรามในกรมตำรวจ) ทำการสืบสวนหาข่าว ส่งเรื่องขึ้นไปตามลำดับชั้นจนกว่าจะถึงศาลไคฟง

เป็นเพราะการพิจารณาคดีนั้น "ขั้นตอนเยอะ" ต้องใช้เวลานานและมักมีการ "ติดสินบน" เจ้าหน้าที่ทางการ ทำให้รูปคดีพลิกเปลี่ยน ผู้ต้องหาลอยนวล สร้างความเจ็บช้ำใจให้แก่เจ้าทุกข์ผู้ยากไร้

ในสมัยท่านประมุขทั่งสิน จึงตั้ง "กรมสอบสวนพิเศษ" นี้ขึ้นมาเพื่อให้การดำเนินคดีมีความรวดเร็วและโปร่งใส หวังจะให้เป็นที่พึ่งแก่ราษฎร โดยไม่ตกอยู่ใต้อำนาจอิทธิพลใดๆ

กรมสอบสวนพิเศษจึงถือกำเนิดเกิดขึ้น เพื่อรับเอาคดีสำคัญๆที่เป็นที่สนใจ และ มีผลต่อความมั่นคงของแผ่นดินตงง้วน หวังให้เป็นการสืบสวนที่ "รวดเร็วและเป็นธรรม"

ใครจะคาดคิด  ความปรารถนาดีที่ต้องการผดุงคุณธรรมของท่านทั่งสิน ปัจจุบันจะกลายเป็นแขนขาที่ "ขุนนางกังฉิน" ได้ฉกฉวยผลประโยชน์อย่างเต็มที่ เสมือนมี "กระบี่อิงฟ้า" อยู่ในมือ

กรมสอบสวนพิเศษในตอนนี้  ซึ่งอยู่ใต้สังกัดของ "ตงฉ่าง" ในความดูแลของ "บิ๊ต๊อก" จึงได้อุปโลก์มือปราบขึ้นมาซักสองสามคน แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากับรองหัวหน้า ทำหน้าที่เป็นงิ้วหน้าโรง

ทำการปล่อยข่าวลวงสร้างข่าวเท็จ ปรักปรำศัตรูการเมือง แม้แต่แก้แค้นส่วนตัว หรือขจัดหนามที่ทิ่มนัยน์ตา โดยมิต้องไปสนใจกฏหมายใดๆ เพราะถือ "อำนาจสิทธิ์ขาด" ในการทำคดี

"บิ๊ต๊อก" หัวหน้าคนปัจจุบันนั้น เป็นที่ล่วงรู้กันไปทั่วว่า เป็นลูกค้าอันดับหนึ่งของบ่อนพนันเบ็ดเงิน เคยเล่นได้เสียที่ละหลายร้อยหมื่นตำลึง... (ตอนหลังบ่อนนี้ถูกเล็กเซียวหงส์ทลายไป)

หลังจากนั้นเลยต้องแอบหนีไปเล่นถึงโพ้นทะเล "เกาะเม้าก๋า" เรียกว่าถ้าบิ๊ต๊อกไปถึง เหล่าเฒ่าแก่แม่เล้าเป็นต้องลูบปาก อุทานออกมาว่า "เซี่ยมหล่อตือ" มาแล้ว

บิ๊ต๊อกนั้นความสามารถอื่นใดไม่ปรากฏ แต่เรื่องประจบสอพลอนั้น ต้องถือว่าถึงขั้น "สุดยอด" อีกทั้งกล้าทำชั่วทุกรูปแบบ เรียกว่าถ้าสิบคนโฉดในหุบเขาคนโฉดเจอกับบิ๊ต๊อก ยังต้องค้อมศรีษะจรดพื้นเรียกหาว่า "ตั้วเฮีย"

คดีที่สะเทือนเลือนลั่นทั่วยุทธภพ ส่ง "ชื่อเน่าๆ" ของบิ๊ต๊อกให้เหม็นคละคลุ้งไปทั่วแผ่นดิน ก็คือเรื่องที่จะไปหาความกับท่าน "สังฆราชา" กล่าวหาว่าท่านมี "รถม้าหรูเกิน" แต่ตอนหลังโดนตบะบารมีของท่านสังฆราชา ข่มจนระย่นย่อไป

"งาช้างย่อมไม่งอกจากปากสุนัข" ฉันใด จะให้บิ๊ต๊อกทำเรื่องดีๆนั้นอย่าได้เพ้อฝัน จึงเปลี่ยนเป้าหมายไปรังควานหาเรื่องท่าน "จ๋างเหล่า" ผู้ทรงธรรม โดยแอบสั่งการไปยังกรมสอบสวนพิเศษ

เนื่องจากท่านจ๋างเหล่าผู้เป็นมหาสมณนั้น มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย กระจายไปทั่วแผ่นดินทั้งในตงง้วนและโพ้นทะเล จากเศรษฐียันยาจก ทั้งชราและทารกทุกระดับชั้น

แม้มิอาจสู้ได้ด้วยวรยุทธ์ เพราะห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว จึงอาศัยช่อง โหว่ของกฏหมายบ้านเมืองซึ่งตัวเองถืออยู่ในมือ "กล่าวตู่" ท่านมหาสมณ ว่ารับเงินบริจาคเป็นของส่วนตัวแถมไม่เสียภาษีเข้าท้องพระคลัง

ท่านมหาสมณท่านคร้านที่จะสนใจ ให้เสียเวลาบำเพ็ญธรรมของท่าน เพียงแค่ลมปราณคุ้มกายของท่าน หากศัตรูใดเข้ามาในรัศมีสิบวา ก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตรอดออกไป

เพียงแต่ท่านถือหลักเมตตา รู้ว่าสรรพสัตว์นั้น "ไม่เป็นตัวของตัวเอง มิใช่ศัตรูที่แท้จริง" จึงมิได้เอาเรื่องเอาราวกับใคร บำเพ็ญสมณธรรมของท่านไป


หัวหน้าองค์กรลับ
ส่วนบิ๊ต๊อกที่เสียหน้า ว่าตัวเองมิได้อยู่ในสายตาของท่านมหาสมณ บวกกับ "คำสั่ง" ลึกลับจากหัวหน้าองค์กรลับที่เป็น "ลูกพี่" ของตัวอีกที ว่าจะต้องหาทางรังควานท่านมหาสมณให้จงได้

ใครคือลูกพี่ของ "บิ๊ต๊อก" แล้วลูกพี่ผู้นั้น จะมีฝีมือที่แตกตื่นสะท้านโลกถึงระดับใด จึงมียอดฝีมือมากมายสวามิภักดิ์รับใช้ ทั้งสามารถสร้างเครือข่ายดุจใยแมลงมุม ครอบคลุมทั่วยุทธภพ ก็คงต้องติดตามกันต่อไปหละครับ

พ.พเนจร





5 ความคิดเห็น:

  1. ข้าน้อยขอแสดงความนับถือ

    ตอบลบ
  2. ปราชญ์เมธี กวีแห่งสารขัน

    ตอบลบ
  3. นับถือ นับถือ

    ตอบลบ
  4. ข้าขอคารวะ ท่านปราชญ์

    ตอบลบ