วันอาทิตย์

มันส์กว่ากอล์ฟ


ขอบคุณเจ้าของกระทู้จาก Pantip  คลิ๊ก


มีน้องมาชวนไป "ปืนเขา" ที่นอร์เวย์..  อยากจะย้อนเวลากลับไปซัก "20 ปี" รับรองไม่ต้องชวน..

แต่ก็คงต้อง safe ลงรายการ..  ก็ของมัน "อลังการ" งาน.. ธรรมชาติสร้างซะขนาดน้าน




เอาง่ายๆแค่ "สังขารยังเป็นมาร"..  ก็ความ "แก่" นั่นแหละ..

นักมวยเก่งๆแบบพวกประเภท "ไร้พ่าย" ถึงวันก็ต้อง "แพ้" แก่สังขาร..

จิ๋นซีฮ่องเต้ แสวงหายา "อายุวัฒนะ" ในที่สุดก็ต้องไปอยู่ใน "สุสาน" จิ๋นซี..

ยังไม่เห็นมี "ใคร" จะชนะได้ซักคน..

เพราะฉะนั้นชีวิตของเรา.. ใช้ซะ !!!!



แต่จะ "ใช้" อย่างไร..???

เพราะ "เวลา" มีจำกัด..

คำนวนแล้วเรามีกันแค่คนละ "สองหมื่นเจ็ดพันกว่าวัน" เท่านั้นเอง..!!!

เพราะฉะนั้นถ้าชีวิตไม่มี "มาร" หรือ อุปสรรค มันจะดีแค่ไหนหนอ..???



สมมุติ.. สมมุติว่า

เกิดมาก็พร้อมทั้ง รูป.. รูปสวย

ในครอบครัวที่พร้อม.. รวยทรัพย์

มีสติปัญญา.. นับวิชา

อยากได้ไรก็ได้.. สมปรารถนา



เป็น "คุณ" จะเอาไหม..????

แต่มันจะ "เป็นไปได้" เหรอ..!!!!



เจ้าชายสิทธัตถะไง..  ซึ่งก็คือ "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ของเรานั่นเอง..

ชีวิต สมบูรณ์ เพรียบพร้อม ตั้งแต่เกิด..

รูปก็งาม เก่งก็เก่ง แถมเป็นถึงเจ้าชายรัชทายาท..

มีปราสาทสามฤดู.. เรียกว่า ไม่มีอะไรที่ไม่ "สมประสงค์"

แต่สุดท้ายก็ยัง...  ออกบวช



ความฉลาดของบรรพบุรุษที่เลือกเอา "พุทธศาสนา" เพราะเห็นแล้วว่า ก็ "พระบรมศาสดา"... ทรงสละทิ้งสิ่งที่ชาวโลกแสวงหา   แสดงว่าสิ่งที่พระองค์ทรง "ตรัสรู้" นั้นมัน เลอเลิศ กว่ากันมากมายนัก..

ความรัก ความเคารพในพระรัตนตรัยจึงถูก "ปลูกฝัง" กันมา รุ่นต่อรุ่นจนถึงปัจจุบัน..

ว่าเกิดเป็นชายไทย ต้อง "บวช" ทดแทนคุณ ให้  บิดา มารดา.. ได้เกาะชายผ้าเหลือง

เป็นหญิงก็ทำหน้าที่ "ทำนุบำรุง" เฉกเช่น.. นางวิสาขามหาอุบาสิกา




แต่ตอนนี้เห็น "ชายไทย" ที่นอกจากจะไม่บวชแล้ว  ยังคอยหาเรื่อง "ราวี" ผู้ที่ออกบวช..

บวชอยู่ในเมืองก็คอย "ประเคนคดี".. เรื่องเงินๆทองๆ

หนีไปอยู่ป่า ก็ตามไป "ถวายข้อหา".. บุกรุกป่า

ส่วน "ฝ่ายหญิง" ก็คอยยื่นหอกให้แทง.. ทุกวานทุกวัน




"คนมีบุญ" ก็อยากจะเดินรอยตาม "พระพุทธองค์" สู่ความหลุดพ้น  อะไรก็ไม่อยากเอา เพราะมันหนี ..ความแก่ ..ความเจ็บ ..ความตาย ไปไม่พ้น  อยากจะสั่งสมแต่บุญกุศล.. จึงออกบวช

ส่วนคน "บุญจะหมด" ก็อุตส่าห์สละทุกสิ่งเหมือนกัน ไม่ว่าชื่อเสียง เกียรติยศ ศักดิ์ศรี เพียงเพื่อจะรักษาไว้ซึ่ง.. อำนาจ 

เมื่อก่อนเคย  "ติด" สนุ๊กเกอร์ถึงขนาดเล่นได้สามวันสามคืน..  แต่เขาบอกว่า กอล์ฟ ยิ่งกว่านั้นอีก เพราะขนาด "นายพล" หลายๆคน ยังชอบไป.. ออกรอบ 

แต่เดี๋ยวนี้ "แฟร์เวย์" ว่างเปล่า.. แคดดี้ ได้ทีเลยแอบกระซิบมาว่า ก็ "อำนาจ" มันหอมหวลชวนติดยิ่งกว่ากอล์ฟอีกไม่รู้หรา... 

พ.พเนจร 

ปล.เห็นการ์ดใบนี้แล้วก็คงต้องไปปีนกันซักหนละนิ


วันอังคาร

เค้าขอโต๊ด





ชาวนาเป็น "กระดูกสันหลัง" ของชาติ คำนี้ เรียนมาตั้งแต่ชั้นประถม.. 

ก็ไม่รู้ว่าปัจจุบันจะได้ "เลื่อนชั้น" ขึ้นมาเป็นกระดูกต้นคอ เป็น กระโหลกศรีษะมั่งหรือยัง..???

หรือจะตก Division ลงไปเหลือแค่ กระดูกหน้าแข้ง เป็นแค่หัวแม่เท้า...

ซึ่งปีนี้ก็มีข่าวว่า "ส่งออก" ข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก..

"แชมป์" อีกแล้วครับท่าน.. 

ภูมิใจครับ.. ภูมิใจ 

ได้หน้ากันไปทั่ว.. 

แต่ชาวนาไทยก็ยัง "จน" เหมือนเดิม..!!!!!!!

.................

แต่สิ่งหนึ่งที่ชาวนาไทยมีคือ อภิสิทธิ์..

ไม่ใช่ เวชชาชีวะ แต่เป็น อภิสิทธิ์ เหนือ อาชีพอื่นๆ..

ไม่ว่า "ชาวนา" จะไปมีเรื่อง หรือ คดีความกับใคร หรือ อาชีพใด..

คุณจะได้รับความ "เห็นอกเห็นใจ" และ ได้คะแนนสงสารไปก่อนเลย

เพราะคุณคือ กระดูกสันหลัง ของชาติ..!!!!!!!

รัฐบาลทุกยุคทุกสมัย ถึง ไม่อยากไป "มีเรื่อง" กับชาวนา..

ก็ขนาดแค่ไป "รับจำนำ" ยังมิวาย..

อาจจะกลายเป็น "ผู้ร้าย" ได้ทันที.. !!!!!!

........................

"ป่าไม้" เป็นอีกคำที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศนี้..

ถ้า "ปลูกป่า" คุณจะเป็น ฮีโร่ บวก กับ คนดีที่หนึ่ง.. 

แต่ถ้า "บุกรุกป่า" คุณก็เตรียม ปิดฉากชีวิต..

ไม่เว้น แม้แต่ ขึ้นเขา เพื่อ "สอยดาว"

นับประสาอะไรกับ "สอยพระ" ซักองค์สององค์

.............

"พระกับป่า" ว่าไปแล้วก็เหมือน "พริกกับเกลือ" 

ผสมกันเมื่อไร ก็ "กลมกล่อม" เมื่อนั้น..

พริก ขาดเกลือ ก็เผ็ดจี๊ด.. 

เกลือ ขาดพริก ก็เค็มปี๊..

.............

เจอ "พระ" อยู่ในป่า ก็ดูน่า เลื่อมใส ศรัทธา..

ป่าไหนมีพระอยู่ "ป่า" ก็ยังคงความเป็นป่า

เพราะ "คน" ก็จะไม่เข้าไปตัดไม้ "ทำลายป่า"

มีฟันเหงือกก็แลสวย มีเหงือกฟันก็หายหนาว.. 

มัน win กับ win

................

เห็นคุณคนดี "ศรีวราห์"  ขึ้นเหนือไปไล่ล่า "ผู้บุกรุก" ตามวัดวา อยู่หลายป่า หลายดอย..

ทำเอา "หลวงพี่และสามเณร" ทั้งหลาย ช่วยกันสวดมนต์ "ให้พร" กันเสียงระงม..

เที่ยวนี้ "ล่องใต้" ไปหาระเบิด..

ก็ขอให้ "แคล้วคลาด" ปลอดภัย.. 

ได้กลับมา "ร่วมงาน" กันใหม่นะคุณโยม..!!!!




เห็นข่าว "หลวงพ่อ" วัดพระธรรมกาย "บุกรุกป่า" ที่ภูเรือ..

อย่างโน้น.. อย่างนี้.. อย่างนั้น

และอย่างว่า "คำนี้" มันศักดิ์สิทธ์..

เป็นข่าวเมื่อไร ก็ "ซื้อใจ" กองเชียร์ ไปล่วงหน้าได้เลย

.................

แต่ที่ไหนได้..

พอทางวัด "แถลงข่าว" มั่งว่า มั่วจร้า..

ก็เลย "เงิบ" กันเป็นแถว..

ถามว่า "รู้ไหม" ว่ามั่ว..???

ไม่รู้ก็ไปขาย "เต้าฮวย" ดีกว่า..

แต่ข่าว "วัด" มันเงียบไปหลายวัน..

แถมข่าว "ระเบิด" มันดังกว่า..

ก็เตรียมตัวโดน "ฟ้องกลับ" กันไว้ได้เลย 

แล้วทีนี้จะมาแบบว่า..​ "เค้าขอโต๊ด" ไม่ได้แล้วนะ ตะเอง..!!!!!!!!!!!

พ.พเนจร


ขอขอบคุณภาพจาก นสพ.เดลินิวส์  คลิ๊ก


วันศุกร์

"คุณ"อยู่ไหน




ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอย่างนี้.. !!!!!!!

ภาคกลางกับภาคใต้ เป็นภาคที่คน "โหวตรับ" ร่างรัฐธรรมนูญ "มาก" ที่สุด

เช่นกัน ภาคกลางกับภาคใต้เป็นภาคที่คน "อ่าน" ร่างรัฐธรรมนูญ "น้อย" ที่สุด

แสดงถึง.. อะไร ???

แสดงว่า.. การลงประชามติครั้งนี้

เราไม่ได้สนใจว่า "เขียน" อะไร

แต่เราอยากรู้แค่ว่า "ใคร" เขียน.. !!!!

*
*
*

ผู้เขียน.. ไม่ได้ต่อต้านและยอมรับในผลโหวต..

เพียงแต่จะบอกว่า..

เรากำลัง "เชื่อ" ในตัวบุคคล..

เพราะเราเชื่อว่า "บุคคล" ที่เราเชื่อคือ "ความจริง"

เมื่อ "ความจริง" ที่เราเชื่อ จะพาเราไปทางไหน เราก็ยินยอมพร้อมใจ

เพราะเรา "เทใจ" ให้กันไปแล้ว..!!!!!

...................................

คำว่า "คนดี" หนึ่ง..

คำว่า "ไม่โกง" หนึ่ง..

พบเจอมากถึงมากที่สุดในระยะ "สิบปี" ที่ผ่านมา

เส้นแบ่งระหว่าง "คนดีกับคนเลว" มันอยู่ตรงไหน หรือใครเป็นผู้ออก "กฏเกณฑ์"

*
*
*

แบบไหนเรียก "คนดี" ??? 

คนดีต้อง "ไม่โกง" !!!

ทำอย่างไรให้ไม่โกง.. ???

ก็เขียน  "กฎหมาย" ขึ้นมาให้ครอบคลุม..

อย่าเปิดช่องหรือ "โอกาส" ให้กระทำได้..!!!

*
*
*
คนจะ "ดี" มันต้อง ดีจาก "ภายใน" 

"กิเลส" มันมีในตัวมนุษย์ทุกคน..

มันต้อง "ขจัด" จากข้างใน..

มิเช่นนั้นมันก็แค่ "ปกปิด" เพื่อรอโอกาส..

โจรใส่สูท "น่ากลัว" กว่าโจร ที่ดูก็รู้ว่าโจร..!!!

................................

พระภิกษุสงฆ์ "อย่างน้อย" ท่านก็หมั่นฝึกฝนใจ เพื่อขจัดกิเลสภายใน..

ถึงแม้จะไม่บริสุทธิ์ถึงขั้น พระอรหันต์..

ถึงแม้จะไม่ได้ถึง 100 %

แต่เชื่อว่าก็ "สะอาด" กว่า ฆราวาสทั่วๆไป

*
*
*

แต่ตอนนี้ เรา กำลังถูก "ชี้นำ" ว่า พระก็เริ่มไม่ "บริสุทธิ์"

จาก คนดี ที่ถูก "ประชาสัมพันธ์" ขึ้นมา

จาก information operation

การสร้าง "คนดี" จากสื่อ.. !!!!!! 

*
*
*

ซึ่งเอาเข้าจริง เราไม่รู้ "ประวัติ" อะไรเขาเลย..

แต่เราเชื่อ เพราะเพื่อนเรา "ไลน์" มาบอก..

แล้วเพื่อนเราก็ "อ่าน" มาจากสื่อ..

แล้ว สื่อ ก็สร้าง "คนดี" ขึ้นมา..!!!!

...................................

อย่าให้ใครมา "ชี้นำ" เราว่า..

"คนไหน" จะมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มากกว่า "คนไหน"

"พิสูจน์" ด้วยตัวเองก่อน..

อย่าเพียงอ่านแค่ "หัวข่าว"

*
*
*

ทุกอย่างมีอยู่ในโลก "ออนไลน์" หมดแล้ว..

อากู๋ หรือ google พร้อมจะให้บริการ..

ถือเสียว่า "ฝึกฝน" ค้นคว้า หาความรู้..

ดีกว่าเสียเวลาไปในเรื่อง "ดราม่า" ของดารา

*
*
*
เปิดใจให้กว้าง พร้อมรับ "ข้อมูล" ใหม่ๆ

อ่านแล้วคิด "พินิจพิจารณา" ก่อนจะแชร์

เผื่อเราจะได้เห็นตรงกันว่า.. 

น่าจะเอา "เวลา" ไปตามล่าผู้ก่อการร้าย..

ดีกว่าจะมาไล่ "จับพระ" กันไหมคุณ.. ตำรวจไทย

พ.พเนจร






วันจันทร์

ต้อง"คน"มิใช่กระดาษ




ใน "สังคม" ตะวันตก..  แม้จะไม่รู้จัก "ศีล 5" แต่ก็.. ปฏิบัติ

"อาหาร" แทบทุกอย่าง "แปรรูป" มาสำเร็จ...

จึงไม่จำเป็นต้อง "พิพากษา" ชีวิตสัตว์ใด...

อาจจะมีบ้าง.. ตกปลา ล่าสัตว์

แต่ก็ทำได้เฉพาะ "ฤดู"..  ไม่ได้ "พร่ำเพรื่อ" ทั่วไป

ต้องมีใบอนุญาติ...

นอกนั้นก็ไม่ค่อยเห็นมีการ.. "ฆ่า"

และโดย "นิสัย" ก็มีความ "รัก" สัตว์เป็นทุนอยู่แล้ว

*
*
*
เรื่อง "ลักขโมย" ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่... 

ใคร "คอรัปชั่น" เท่ากับ ฆ่าตัวตาย...

ถ้าเป็น "นักการเมือง" ก็หมดอนาคต...

ไม่ต้องให้มีบทบัญญัติ... 

แต่ "ประชาชน" จะตัดสินเอง..!!!

*
*
*
ก่อน "แต่งงาน" คุณจะคบหากับใครไม่ว่า...

แต่ถ้า "ตัดสินใจ" แล้วห้าม "เผื่อแผ่" เด็ดขาด..!!!!

ขนาด "ไทเกอร์ วูด" ยังเสียคนมาแล้ว..




เรื่อง "โกหก" ไม่ต้องมาพูด...

ไม่ใช่แค่ "กลัว" ถูกจับได้...

แต่ "ปลูกฝัง" กันถึงขนาดคนพูด.. ละอาย !!!

*
*
*
เครื่องดื่ม "แอลกอฮอลล์" ดูคล้ายเป็นเรื่องปกติ...

แต่เขารู้ว่า.. "แค่ไหน" พอ...

พูดง่ายๆ..  "เลิก" เป็น !!!





บ้านเรา.. แทนที่จะ "ฝึกฝน" อบรมที่ "คน"

ให้รู้จัก "อดทน" ต่อสิ่งที่ตัวเอง "เลือกสรร" แล้ว... 

กลับไป "สนับสนุน" ให้เอาแต่ใจ...  

พอไม่ถูกใจก็ "ยุ" ให้ เลิก..!!!!!

*
*
*
เหมือนคนเล่น.. หมากฮอส

เดินผิดไปตา.. โดนกินเบี้ยไปตัว... 

ก็คิดแต่จะ "ล้มกระดาน" เล่นใหม่...

ไม่คิด "อดกลั้น" ต่อความ "ผิดพลาด" ที่ตัวเองกระทำ..!!!

*
*
*
มันควรจะได้ฝึกความ "รับผิดชอบ" ต่อตนเอง 

ค่อยๆปรับ.. ค่อยๆแก้...

เล่นให้ "จบกระดาน"

อย่างน้อยก็แสดงถึง วุฒิภาวะ..!!!


..................................



คิดอยากจะได้ "นักการเมือง" น้ำดี...

อยากให้มีการ "บริหาร" บ้านเมืองที่.. "โปร่งใส"

นักการเมืองก็คือ  "คน" ธรรมดา... 

ไม่ใช่ "เทวดา" เหาะมาจากไหน..!!!

*
*
*

ถ้าไม่ฝึกนิสัย "อดทน" และ "ความรับผิดชอบ"

จะได้ สส. สว. มาจากพรรคใด ค่ายไหน..???

เมื่อวันที่ไม่ได้ดังใจ...

"รัฐธรรมนูญ" อีกกี่ฉบับ...

มันก็พร้อมจะ "ฉีก" กันอีกอยู่ดี..!!!

*
*
*
หน่วยงานที่ฝึกอบรมคนก็คือ.. วัด 

บทฝึกที่ดีที่สุดก็คือวิชา.. "หน้าที่ ศีลธรรม"

ออก "กฏ" ให้ตาย แต่ข้างในยัง "เน่า" 

ยังไงมันก็ไม่มีทางได้ดี..!!!!!

*
*
*

แต่เห็นที่ "รัฐ" กำลังทำกับ "วัด"

การปล่อยให้ "ฆราวาส" ย่ำยี "สงฆ์"

การดำเนินคดีแบบ.. ใครสั่งมา ??? เพลงใครสั่งมา

ต่อให้ "ชนะ" ในวันนี้แล้วเป็นไง...

แน่ใจหรือว่าจะ ยืนยง..!!!!!!

*
*
*
ฝา_หรั่ง ที่แม้ไม่รู้จัก "ศีล 5" แต่ด้วยความที่มี "วินัย"

เคารพใน "สิทธิ" ของตัวเอง และ บุคคลอื่น...

"รัฐธรรมนูญ" จึงไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ...

เพราะชาติจะเจริญมันอยู่ที่ "คน" ไม่ใช่  กระดาษ..!!!!!

พ.พเนจร



วันเสาร์

ถ้าเป็น"แค่คดี"ก็ดีซิ





ชอบมี ฝา_หรั่ง มาถามว่า ถ้าถือ "ศีล" แล้วดี... 

ทำไมบ้านเมือง you ถึงวุ่นวายจัง...

กลอกตาไปสามรอบ ตอบไงดีหว่า...

จริงของ "เขา" เถียงไม่ออกเลย..!!!
*
*
*
เมืองไทยเมือง "พุทธ" แต่ด่าพระทุกวัน...

ตื่นเช้า "ใส่บาตร" ตกเย็น "ฟาดเหล้า"

อย่างว่า "สวรรค์ในอก นรกในใจ"

ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป...
*
*
*
เราอาราธนา "ศีล" แต่ไม่เคยคิดจะรักษาแบบจริงจัง... 

คือพร้อมที่จะ "ขาด" ได้ตลอดเวลา...

ไม่ว่า ฆ่า ลัก เจ้าชู้ พูดปด หรือเมา..!!!
*
*
*
ตลาดสดแม้ร้านอาหาร มีหมด ทั้ง เป็ด ไก่ กุ้ง หอย ปู ปลา  ที่ดิ้นแด่วๆ...

พร้อมจะให้คุณ "พิพากษา" โดย ยุติธรรมอำมหิต..!!!!

ก็ "มัน" เกิดมาเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์อยู่แล้วไง..

แล้ว "ปาณาติปาตา เวรมณี" เมื่อเช้าหละ..???
*
*
*
"คอมมิชชั่น" ไม่ว่าจะทวนน้ำตามน้ำ จะแป๊ะเจี๊ยหรือเก๊าเจี๊ย... 

มันก็ "คอรัปชั่น" นั่นแหละ.. อทินนาทาน ข้อสองเต็มๆ




"ละครไทย" เรื่องไหนไม่มี เมียหลวง เมียน้อย...เจ๊ง

ขุนแผน พระอภัยมณี แม้กระทั่งลิงอย่างหนุมาน .. เจ้าชู้ตัวพ่อ

นั่นแหละ "ไอดอล" ชายไทย..!!!
*
*
*
พูดเท็จ ส่อเสียด คำหยาบ เพ้อเจ้อ ใครเป็นอย่างไรก็รู้ตัวกันเอาเอง...

"โกหก" เพื่อให้เขาสบายใจ

"เขา" หรือ "คุณ" ???

ถ้า "โดน" มั่งถามจริงจะสบายใจไหม..!!!
*
*
*
"สุรา" เชื่อมสัมพันธ์ คงจะ "ซี้" กันดีกับท่านยมบาลหรอกนะ...

กินได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่เมาไม่เลิก ไม่คลานไม่กลับ...

*********************

เพราะ "สังคม" เราถือศีลกันลักษณะนี้ จึงไม่แปลกใจที่วันนี้จะมี "คดีแปลกๆ"

พระรับ "บริจาค" กลายเป็น "ฟอกเงิน"

พระไม่ถาม "ที่มา" ของเงินบริจาคเป็น "รับของโจร"

พระซื้อ "รถเก่า" ไว้ให้เด็กนักเรียนศึกษากลายเป็น "สะสมรถหรู"
*
*
*
"พระโพธิสัตว์" สร้างบารมี 20 อสงไขยแสนมหากัปป์กว่าจะ "ตรัสรู้"  เป็นพระพุทธเจ้า...

หลวงปู่ หลวงตา ท่าน "บวช" กันมาตั้งแต่เป็นสามเณร อย่างน้อยก็ ห้าหกสิบปี...

ยังเรียกตัวเองว่า เสขะ..ผู้ยังต้องศึกษาอยู่



แต่เห็นมี "ฆราวาส" สองสามคน กับ "พระบางรูป" ออกมาจะ "ปฏิรูป" พระพุทธศาสนา

ทำราวว่าตัวเอง "เจนจบ" แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์...

กล่าวหา "มหาเถรสมาคม"

"จาบจ้วง" พระผู้ใหญ่คราวปู่ คราวพ่อ
*
*
*
"วัดพระธรรมกาย" โตจริง ไวจริง... 

เพียงแค่ "สี่ห้าสิบปี" สามารถขยายสาขาไปทั่วโลก...

ไป "ทวีป" ไหนๆก็เจอ..!!!
*
*
*
แม้ในประเทศ ก็ "ขยาย" อย่างน่ากลัว..

น่ากลัวว่าจะทำให้ "พุทธ" เข้มแข็ง...!!!
*
*
*
"ศีล" จะไม่ได้มีไว้สำหรับคุย...

เพราะคน "ธรรมกาย" เขารักษากันเอาจริงเอาจัง

คนที่ยัง  "กินเหล้า เจ้าชู้ เล่นการพนัน" ก็คงไม่ชอบใจเท่าไร...
*
*
*
ยิ่งถ้าหากว่าต้องการ "ล้มพุทธ"

ธรรมกาย นี่แหละคือ "เป้าหมาย" แรก

"อะไร" ก็เกิดขึ้นได้เสมอ..

เพราะเราเป็น Thailand Only

พ.พเนจร



วันจันทร์

สามทหารเสือ


สามเสือบูรพา

ซาป๊ะตังโฮ้ว..สามเสือบูรพา ประกอบด้วยพี่ใหญ่ป๊ะวิด พี่รองป๊ะป๊อก และน้องสามป๊ะยุด... 

ถึงแม้จะมิได้โด่งดังเช่นเดียวกับ "เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย" แต่อำนาจบารมีในตงง้วนยุคที่ "หมัดใครใหญ่กว่าก็เสียงดังกว่า" นั้น หาได้เป็นรอง "สามพี่น้องแห่งสวนท้อ" แม้แต่น้อย

พี่น้องทั้งสามล้วนเป็น "สุดยอดฝีมือ" ของยุทธภพ ต่างก็เคยดำรงตำแหน่ง "มือกระบี่หน้าบัลลังก์" มาแล้วทั้งสิ้น...

แต่หากจะพูดถึง "วาสนา" แล้วไซร้  คงต้องยกตำแหน่ง "ผู้มีวาสนาอันดับหนึ่งของแผ่นดิน" ให้กับน้องสามป๊ะยุด...

เพราะเมื่อคราวที่ "เทพแห่งเทือกเขาแดนใต้" ส่งเทียบประลองกับท่าน "จอมยุทธหญิงแห่งแดนเหนือ" ชิงความเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของแผ่นดิน "ตงง้วน" นั้น...

ในขณะที่ ทั้งสองฝ่ายกำลัง "โรมรันพันตู" ดังที่ได้เคยกล่าวไปแล้วนั้น...

แต่ในที่สุดตำแหน่ง "ประมุขบู๊ลิ้ม" ก็ตกไปอยู่ในมือของท่าน "ป๊ะยุด" แบบชิล ชิล โดยมิต้องลงแรงแต่อย่างไร...

แต่หลังจากที่ท่านได้เข้า "ควบคุม" ยุทธภพแล้ว ท่านถึงได้รู้ว่ามันเป็น "ทุกขลาภ" อย่างแท้จริง...

ลำพังแค่การ "บริหาร" ปกครองยุทธภพก็สร้างความ "ปวดเศียรเวียนเกล้า" ให้กับท่านจนโรคกะเพาะกำเริบเกิดเป็นความ "ฉุนเฉียว"

แล้วยังจะมีพวกขบวนการ "อั๊งยี่" คอยเคลื่อนไหวอยู่ใต้ดิน วันวันคิดแต่จะ "กู้หมิง" จนทำให้ท่านต้อง "เสียเซลล์" อยู่บ่อยๆ

แถม "องค์กรลับ" ที่มีเครือข่ายโยงใยไปทั่วทั้งแผ่นดินตงง้วน ยังมาคอยบงการพยายามจะ "ขอโน่นขอนี่" 

ประมุขบู๊ลิ้มกับหัวหน้าองค์กรลับ
ทำให้ท่านไม่อาจจะ "บริหาร" งานได้สะดวกราบรื่นตามแนวความคิดของท่าน... 

แต่อย่างน้อยท่านก็คอยขวางมิให้องค์กรลับนั้น "กระทำการ" ย่ำยียุทธภพได้อย่างง่ายๆเช่นกัน...

มันจึงเป็นการประจันหน้าแบบ "มิสบสายตา" เพราะเกรงว่า "ฟ้าจะผ่าเปรี้ยง" ระหว่างท่าน "ประมุข" กับ "หัวหน้าองค์กรลับ" ที่ต่างฝ่ายต่างก็มีที่ถือดี...

การแต่งตั้ง "สังฆราชา" และเรื่องของ "มหาสมณ" แห่งวัดใหญ่ จึงเป็นประดุจเวทีประลองกำลัง...

องค์กรลับ... อาศัยหลวงจีนทุศีลอี้ซาร่า ร่วมมือกับขุนนางกังฉินไพเบี้ย โดยการสนับสนุนของหัวหน้าตงฉ่างบิ๊ต๊อก

คอยตีฆ้องร้องป่าวเที่ยวปิดประกาศไปทั่วเมือง แถมฟ้องร้องวุ่นวายสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นแก่มวลชน...

แล้วอาศัยจังหวะชุลมุน "ตีปลาหน้าไซ" แอบยื่นเรื่องต่อไปให้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน...

"งุบงิบ" กลับมาให้ฝ่าย "ลวี่ปู้"..ประมาณว่ากฤษฎีกา รีบออกเป็นกฎหมายเร่งด่วน...ว่า "ใคร" จะมีสิทธิ์เสนอชื่อ "สังฆราชา"

"ชะตากรรม" ของบู๊ลิ้มแผ่นดินตงง้วนจะเป็นเช่นไร...

"สถาบันสงฆ์" จะถูกโยกคลอนหนักหนาเพียงไหน...

ท่าน "ป๊ะยุด" จะยึดถือ "คุณธรรม" ดังเช่น "สามพี่น้องแห่งสวนท้อ"

คอยปกป้อง "สมณชีพราหมณ์" ดุจดั่ง "ทหารเสือ" หรือจะเป็นเพียงแค่ "โจโฉ" ที่หม่อมคึกฤทธิ์ท่านเปรียบว่า "นายกตลอดกาล"... ก็คงจะต้องติดตามกันต่อไปนะครับ

พ.พเนจร



วันอาทิตย์

เทพหรือมาร...


เตียบ่อกี้

"เตียบ่อกี้" ตอนเด็กเคยถูกฝ่ามือเยือกเย็นของสองมารเฒ่าฟาดใส่ ความจริงจะต้องตายไปแล้ว... 

โชคดีที่ "เตียซำฮง" ใช้ลมปราณบริสุทธิ์คอยสกัดพิษเย็นในตัวไม่ให้กำเริบทำให้ยืดอายุมาได้...

วันหนึ่งในขณะวิ่งหนีศัตรูได้พลัด "ตกเขา" จนในที่สุดฝึกได้ยอดวิชา..เก้าสุริยัน ขจัดพิษเย็นในตัวจนหมดสิ้นแถมมีกำลังภายในเพิ่มพูน...

ว่าไปแล้วก็แปลก เด็กใกล้จะตายกลับกลายเป็น "จอมยุทธ์" แถมตอนหลังได้ขึ้นเป็นถึง "ประมุขพรรคจรัส" สร้างวีรกรรมมากมาย...

อย่างโบราณท่านกล่าวไว้จริงๆ แข่งเรือแข่งพายยังแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนาอย่าได้แข่ง

ทำให้นึกถึงเรื่องหนึ่งในยุทธจักร เป็นที่กล่าวขานร่ำลือกันมาหลายร้อยปี...แต่ก็เห็นยังมีเกิดขึ้นในปัจจุบัน และคิดว่าก็คงมีต่อไปจวบจนอนาคตกาล 


ยิ่งเล่อเหนียงเหนียง
ครั้งนั้นได้มีการช่วงชิงตำแหน่ง "ประมุขบู๊ลิ้ม" ระหว่าง "เทพแห่งเทือกเขาแดนใต้" กับ "จอมยุทธหญิงแห่งแดนเหนือ"...ยิ่งเล่อเหนียงเหนียง

การต่อสู้เป็นไปอย่างคู่คี่ก่ำกึ่ง ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ...

ในขณะ "เข้าดาบเข้ากระบี่" นั่นเอง ก็ปรากฎมือกระบี่หน้าบัลลังก์ท่าน "ป๊ะยุด" หัวหน้าพรรคไผ่เขียวออกมา "อย่าศึก"

ท่านป๊ะยุดคงเห็นว่าการประลองนั้นยืดเยื้อ จนเกือบจะกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู เลยอดรนทนไม่ไหวสั่งยกเลิกการประลอง แล้วรับตำแหน่งประมุขเสียเอง...อ๊าวว์ นี่มันยิ่งกว่าต้มคนดูอีกนะเนี่ย เขาเรียกปล้น

หลังจากรับตำแหน่งประมุขบู๊ลิ้ม หน้าที่เคยยิ้มก็เริ่มบึ้ง ที่เคยคุยจ๊ะคุยจ๊า ก็เริ่มมีแต่คำถามว่าทำไมทำไม... 

แล้วท่านก็บอกว่าไม่ได้อยากจะเป็นหรอกนะ แต่ไม่อยากเห็นยุทธภพ "วุ่นวาย" เลยจำต้องรับ "ตำแหน่ง"

เรื่องอื่นก็ว่ากันไปไม่ได้เกี่ยวกับเรา แต่มา "เอ๊ะใจ" อยู่เรื่องหนึ่ง คือเรื่องจะแต่งตั้ง "สังฆราชา" แห่งสถาบันสงฆ์

จริงๆมันก็ไม่น่าจะมีไรแปลกประหลาด ก็ "ฝ่ายสงฆ์" ท่านก็ทำกันมาหลายร้อยหลายพันปีแล้ว... 

หลวงจีนทุกวัดในยุทธภพก็ไม่มีใครเคยคัดค้าน หรือแสดงความเห็นต่างอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้... 

เพราะถือว่าเมื่อ ไต้ซือ ต้าซือ ฝ่าซือ ท่านจ๋างเหล่าทั้งหลาย "เห็นพ้องต้องกัน" แล้วก็ไม่น่ามีอะไรผิดพลาดและท่านก็ "คัดเลือก" ของท่านมากันเองตลอด

แต่เผอิญมีหนึ่งหลวงจีนทุศีล..อี้ซาร่า หนึ่งขุนนางกังฉิน..ไพเบี้ยผู้สามหาว เที่ยวร้องเรียนไปยังกรมเมืองไปยังตงฉ่าง จนถึง "ผู้ตรวจการแผ่นดิน" ว่าการ "แต่งตั้ง" นี้เห็นจะให้เกิดขึ้นมิได้ เพราะพวกเรายังไม่เห็นด้วย...ก็งงอยู่เหมือนกันว่าทำไมจะต้องให้พวกมรึงเห็นด้วย


หอชุ่ยซัว
ชาวบ้านทั้งหลายก็รอให้ทางการ "จัดการ" กับคนกลุ่มนี้ เพราะอดรนทนไม่ไหวกับพฤติกรรมที่ต่ำถ่อยของหลวงจีนทุศีลอี้ซาร่านั่น...

รวมถึงความ "กังฉิน" ของเหล่าขุนนางทั้งหลายที่กินเงินภาษีของราษฎร แต่กลับแอบไปนอนอยู่บนหอชุ่ยซัว.. ชื่อของหอนางโลม

เมื่อเห็นว่าทางการมิได้มีมาตรการที่จะจัดการกับคนกลุ่มนี้!!!

หลวงจีนทุกวัดในแผ่นดินจึงรวมพลังกันขอให้ท่าน "ป๊ะยุด" ช่วยนำเสนอต่อฮ่องเต้ ให้เรื่องมันจบลงตามเจตจำนงค์ของ "พสกนิกร" ทั้งแผ่นดิน

อันว่าท่านป๊ะยุดนั้น สงสัยงานบริหารยุทธภพคงจะทำให้ท่านวุ่นวายจนลืมกินลืมนอน สมองก็เลยมึนงงไปช่วงหนึ่ง... 

โชคดีที่ฮูหยินของท่านได้เสาะหา "โสมพันปี" จากยอดเขาเทียนซาน บวกกับ "บัวหิมะ" จากดอยปวยเอี๊ยงมาปรุงเป็นยาบำรุง...

ทำให้ท่านนอกจากจะกลับมามีสมองแจ่มใส แถม "พลังวัตร" ยังเพิ่มพูนจนคาดว่าจะ "ปกครองยุทธภพ" ไปได้อีกหลายปี

ท่านก็เลยให้ประกาศไปทั่วยุทธภพว่า ถ้ายังมีความ "ขัดแย้ง" อยู่ท่านไม่สามารถกราบทูลต่อฮ่องเต้ได้... สงสัยท่านลืมว่าตอนท่านเข้ามามันยิ่งกว่าขัดแย้งอีก

คิดไม่ถึงว่าท่านกลับใช้กระบวนท่า หลอกล่อซ้ายจู่โจมขวา สร้างประเด็นของท่านมหาสมณแห่งวัดใหญ่ให้เป็นข่าวครึกโครม...

ตอนแรกก็บอกว่ารอให้เลิก "ขัดแย้ง" ตอนหลังกลับจะให้ฝ่าย "ลวี่ปู้"..ประมาณว่ากฤษฎีกา แอบยัดไส้ในการแก้กฎหมาย...

ต่อไปจะให้ "ประมุขบู๊ลิ้ม" เป็นคนเสนอชื่อแต่งตั้ง "สังฆราชา" แทนที่จะมาจาก "สมาคมจ๋างเหล่า"..ประมาณว่ามหาเถรสมาคม

องค์กรลับ
หลวงจีนทุศีลอี้ซาร่ากับขุนนางกังฉินไพเบี้ย ผู้เป็น "สุนัขรับใช้" ให้กับองค์กรลับได้ "ก่อกวน" จนยุทธภพปั่นป่วนวุ่นวาย...

ฝ่ายลวี่ปู้ผู้ออกกฎหมายเลยถือโอกาส "จับปลาตอนน้ำขุ่น" ยัดไส้การแต่งตั้งสังฆราชา ตามบัญชาขององค์กรลับ

"ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก" บ้านเมืองที่เคยอยู่อย่างสงบสุขมาหลายร้อยปี  ฤาจะต้องถึงครากลียุค...

สถาบันสงฆ์ที่เคยได้รับการเคารพยกย่องอย่างสูง ต้องมาแปดเปื้อนจากการใส่ร้าย "ป้ายสี" ของพวกทุศีล

ส่วนท่านประมุข "ป๊ะยุด" จะดำรงตนเป็น "พุทธศาสนิกชนที่ดี" ไม่ยอมทำผิดต่อ "จารีตประเพณีของบรรพชน" 

ประพฤติตนเป็น "วีรบุรุษ" เฉกเช่นเตียบ่อกี้... อาศัยวาสนาในคราเคราะห์ "ผดุงคุณธรรมค้ำจุนยุทธภพ" หรือจะยอม "ศิโรราบ" ต่อองค์กรลับ ก็คงต้องต่อกันครั้งหน้านะครับ

พ.พเนจร